ยุกคฺของคอมพิวเตอร์

posted on 17 Sep 2008 11:11 by wisnovars

คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือในการคำนวณซึ่งมีวิวัฒนาการนานมาแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคำนวณเครื่องแรกคือ "ลูกคิด" (Abacus) ที่สร้างขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 2,000-3,000 ปีมาแล้ว
เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine)

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2376 นักคณิตศาสต์ชาวอังกฤษ ชื่อ ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) สามารถคำนวณค่าของตรีโกณมิติ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ การทำงานของเครื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล ส่วนคำนวณ และส่วนควบคุม ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำหมุนฟันเฟือง มีข้อมูลอยู่ในบัตรเจาะรู คำนวณได้โดยอัตโนมัติ และเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ ก่อนจะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ

หลักการของแบบเบจนี้เองที่ได้นำมาพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องให้แบบเบจเป็น บิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีผู้ประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมามากมายหลายขนาด ทำให้เป็นการเริ่มยุคของคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง   โดยสามารถจัดแบ่งคอมพิวเตอร์ออกได้เป็น 5 ยุค

ยุคที่หนึ่ง (First Generation Computer) พ.ศ. 2489-2501
ยุคที่สอง (Second Generation Computer) พ.ศ. 2502-2506
ยุคที่สาม (Third Generation Computer) พ.ศ. 2507-2512
ยุคที่สี่ (Fourth Generation Computer) พ.ศ. 2513-2532
ยุคที่ห้า (Fifth Generation Computer) พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

ปลาเเซมมอนโซยุ

posted on 16 Sep 2008 09:45 by wisnovars

ปลาแซลมอนโชยุซอส  


ส่วนผสม

ปลาแซลมอนหั่นชิ้นใหญ่  ชิ้น 
ขิงขูดหรือสับละเอียด  1/2  ช้อนชา 
กระเทียมขูดหรือสับละเอียด  1/2  ช้อนชา 
น้ำสะอาด  ช้อนโต๊ะ 
ซีอิ้วญี่ปุ่น(โชยุ)  ช้อนโต๊ะ 
มิริน  ช้อนโต๊ะ 
น้ำตาลทราย  ช้อนชา 
น้ำมันงา  1/2  ช้อนชา 
ผักเครื่องเคียง เช่น ผักกวางตุ้งต้นเล็ก ผักกวางตุ้งไต้หวัน เห็ดกระดุม ข้าวโพดอ่อน เป็นต้น     


วิธีทำ

1. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดรวมทั้งขิงและกระเทียม แช่ปลาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วทอดน้ำมันน้อย ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน และค่อยๆ ราดซอส ทอดจนสุก

2. ลวกผักเครื่องเคียงแล้วผัดกับน้ำมัน ตักใส่จานแล้ววางชิ้นปลาให้สวยงาม


 

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร Health & Cuisine

ทะเลสวย

posted on 11 Jul 2008 14:59 by wisnovars

 นายวิทยา     ยุงทอง

วิทยาการคอมพิวเตอร์

491102064311

ร้อนแบบนี้ใครคงปฏิเสธไม่ได้นะคะว่า “ทะเล” เป็นที่พักผ่อนสุดฮิตของทุกครอบครัว ... น้องๆหลายคนคงเคยดูสารคดีท่องเที่ยวของต่างประเทศ...ทะเลสีฟ้าใส หาดทรายสีขาวละเอียด และปะการังหลากสีใต้ท้องทะเลที่สวยงาม



โอ้โห ได้ฟังแบบนี้แล้วลองหลับตาจินตนาการภาพดูสิคะว่า ถ้าเราได้ไปนั่งรับลมเล่นๆอยู่ชายหาดที่สวยงามแบบนั้นจะมีความสุขขนาดไหน ...



แต่พี่เหมี่ยวจะบอกให้นะคะว่า ทะเลสวยๆน้ำใสๆแบบนั้นไม่ได้มีแค่ในต่างประเทศเท่านั้นนะคะ แต่ในประเทศไทยของเราก็มีทะเลยสวยๆกับเค้าเหมือนกัน ... และที่สำคัญยังมีแหล่งดำน้ำที่สวยไม่แพ้ที่ไหนในโลกด้วยล่ะค่ะ



สำหรับประเทศไทยเองก็มีสถานที่ดำน้ำอันสวยงาม หลากหลายไปด้วยปะการังและสัตว์ทะเล ที่ได้รับการยอมรับจากนักดำน้ำทั้งชาวไทยและต่างชาติอยู่หลายแห่ง ซึ่งวันนี้พี่เหมี่ยวจะแนะนำ 5 สถานที่ดำน้ำสุดฮิป(HIP)ติดอันดับในดวงใจ จากการจัดอันดับของเซียนดำน้ำระดับแนวหน้าของเมืองไทย ที่แต่ละแห่งจะน่าสนใจแค่ไหนพี่เหมี่ยวว่าเรามาดำดิ่งไปสัมผัสกับแหล่งดำน้ำสุดฮิปใน
สวนอักษรกันได้g]p8jt


อันดับ 1 หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา 1 ใน 10 แหล่งดำน้ำลึกยอดฮิตติดอันดับโลก ที่เป็นดังสวรรค์การดำน้ำของใครหลายๆคน เพราะหมู่เกาะสิมิลันเป็นแหล่งปะการังน้ำลึกอันอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีจุดดำน้ำหลายจุดกระจายกันไป ไม่ว่าจะเป็นกองหินใต้น้ำ แนวปะการังชายฝั่ง และแนวปะการังที่เชื่อมต่อระหง่างแนวลาดชันของชายฝั่ง


สำหรับจุดดำน้ำที่เด่นๆของสิมิลันก็มี แฟนตาซีรีฟ(เกาะแปด) เป็นจุดดำน้ำลึกที่มีกองหินใต้น้ำ 3 ลูก ที่มีความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตอันหลากหลาย ทั้งปะการัง ดอกไม้ทะเล กัลปังหา และสัตว์น้ำจำนวนมาก เรือนกล้วยไม้(เกาะหก) จุดเด่นคือมีปะการังอ่อนสวยงามมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่งและมักพบปลาสิงโตและปลากระเบนธงขน
าดใหญ่ที่นี่ กองหินม้วนเดียว(เกาะห้า) มีปะการังก้อนปะการังอ่อนสวยงาม และกัลปังหาขนาดใหญ่ คริสต์มาสพอยท์(เกาะเก้า) จุดนี้มีโพรงให้มุดมากมาย มีสัตว์ที่น่าสนใจอย่าง ปลาไหลริบบิ้นสีฟ้า กั้งตั๊กแตน ปลาปีศาจตัวแบน และปลากบ เป็นต้น




อันดับ 2 หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา เป็นจุดดำน้ำที่พบฉลามวาฬบ่อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย สำหรับจุดดำน้ำอันโดดเด่นแห่งหมู่เกาะสุรินทร์ก็คือ กองหินริเซลิว ลักษณะของกองหินใต้น้ำบริเวณนี้มีความหลากหลายมากในจุดเดียว ตั้งแต่เล็กสุดไปถึงใหญ่สุด หินใต้น้ำบริเวณนี้มีลักษณะคล้ายกับเป็นคอนโดมิเนียมใต้น้ำที่จะสัตว์น้ำตัวเล็กๆอาศ
ัยอยู่ตามซอกมุมของหิน เช่น ปลากบ กุ้งตัวตลก ม้าน้ำ ทากทะเล ปะการังอ่อนหลากสี แถมบางครั้งยังอาจพบฝูงปลาสากยักษ์ และปลากะพงขนาดใหญ่จำนวนมาก



อันดับ 3 หินม่วง หินแดง อยู่ในเขตน่านน้ำจังหวัดกระบี่ต่อเนื่องกับจังหวัดตรัง(อันดามันใต้) มีแหล่งดำน้ำที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งหนึ่งของอันดามันใต้เพราะเป็นแหล่งปะการังอ
่อนหลากสีสัน หินม่วง หินแดง มีลักษณะเป็นกองหินใต้น้ำ 2 กองอยู่กลางทะเล หินแดง คือบริเวณที่ปะการังอ่อนสีแดงปกคลุมหินแดงเกือบทั้งหมด(อันที่จริงปะการังอ่อนในบริเ
วณนี้มีหลากหลายสีมาก ไม่ว่าจะเป็น แดง ม่วง ขาว) อีกทั้งยังเป็นจุดที่มีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามกองหินมากมาย อาทิ ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ ฝูงปลาสาก ฝูงปลาหูช้าง ปลากะพง ปลาอินทรี ปลาช่อนทะเล แหวกว่ายรวมกลุ่มกัน รวมถึงดอกไม้ทะเลจำนวนมาก ในขณะที่ไกลออกไปประมาณ 200 เมตร จะเป็น หินม่วง ซึ่งมีความลึกมากกว่าหินแดง โดยบริเวณนี้จะมีปะการังอ่อนสีม่วงในบริเวณนี้มากกว่าสีอื่นๆ




อันดับ 4 เกาะตาชัย จ.พังงา อยู่ระหว่างหมู่เกาะสิมิลันกับหมู่เกาะสุรินทร์(อยู่ในเขต อช.สิมิลัน) ที่นี่จะพบสัตว์โลกใต้ทะเลหลากชนิดที่ถือว่าสมบูรณ์ไม่น้อย เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำอีกแห่งหนึ่งเพราะเป็นบริเวณที่มีจุดดำน้ำหลากหลาย บริเวณเกาะตาชัยเต็มไปด้วยปะการังหลากสีสัน และจะมักพบกับสัตว์แปลกๆ เสมอ อาทิ ปลาปิศาจ ปลาสินสมุทรจักรพรรดิ์ ปลาขี้ตังเบ็ดสีฟ้า เกาะตาชัยเป็นจุดดำน้ำที่ค่อนข้างลึก มีกระสะน้ำพัดผ่านค่อนข้างแรง จึงเป็นจุดที่พบปะการัง กัลปังหา และเป็นจุดที่มักเจอสัตว์ขนาดใหญ่ อาทิ ฉลามวาฬ ฉลามเสือดาว กระเบนราหู เป็นต้น



อันดับ 5 เกาะบอน อช.สิมิลัน จ.พังงา ถือเป็นจุดดำน้ำที่ปลอดภัย มีน้ำใส มีปะการังก่อนขนาดเล็ก มีปลาชุกชุมมาก จุดเด่นของที่นี่คือ สะพานหิน ที่เกิดจากหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเป็นโพรงมองคล้ายสะพานโค้งข้ามแม่น้ำ นอกจากนี้นักดำน้ำยังมีโอกาสพบกระเบนราหูยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลได้บ่อยครั้ง ส่วนฉลามครีบดำก็มีมาให้เห็นกันบ้าง


และนั่นก็เป็น 5 แหล่งดำน้ำสุดฮิปในดวงใจของนักดำน้ำนั้น เป็นทะเลไทยในฝั่งอันดามัน ซึ่งนอกจาก 5 แหล่งดังกล่าวแล้ว น่านน้ำทะเลไทยฝั่งอันดามันยังมีแหล่งดำน้ำที่น่าสนใจ อาทิ ร่องน้ำจาบัง อุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของปะการัง 7 สี อันสวยงาม กองหินหมูสัง หมู่เกาะพีพี ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เหล่าปะการังอ่อนสีชมพูที่ขึ้นเต็มยอดหิน อีกทั้งนักดำน้ำยังมักจะได้พบกับเจ้าฉลาม Leopard ตัวใหญ่ๆ ได้บ่อยครั้ง




นอกจากนี้ทางฝั่งอ่าวไทยก็มีแหล่งดำน้ำที่สวยงามอยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่งที่โดดเด่นมากๆก็เห็นจะเป็น เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในจุดดำน้ำขึ้นชื่อ มีปะการังจำนวนมากและสัตว์ทะเลอันหลากหลาย เกาะเต่าถือเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยงามที่สุดของทะเลอ่าวไทย กองหินชุมพร เป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดอีกจุดหนึ่งของทะเลอ่าวไทย มีลักษณะเป็นภูเขาใหญ่ใต้น้ำที่เต็มไปด้วยยอดหิน บนยอดหินมากมายด้วยฟองน้ำครก และเหล่าดอกไม้ทะเล ตามซอกหลืบหลายแห่งก็จะมีปะการังดำ สีขาว สีเหลือง สีส้ม ส่วนพวกปลาที่น่าสนใจก็มี ฝูงปลากะมง ปลาหูช้าง ปลาสาก และ เหล่าปลาหมอทะเลยักษ์ที่มักเข้ามาอาศัยหลบภัยอยู่ตามซอกหลืบต่างๆมากมาย




หันไปดูที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออกกันบ้าง ที่นี่มีหมู่เกาะช้าง จ.ตราด เป็นอีกจดดำน้ำที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่เกาะรัง เกาะยักษ์ นอกจากนี้ก็ยังมีตามจุดเรือจมอย่าง เรือจมสุทธาทิพย์(Hardeep) พัทยา ชลบุรี เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ เรือจมสุทธาทิพย์ เป็นเรือกลไฟเหล็กของบริษัท Siam Steam Navigation ซึ่งจมอยู่ระหว่างเกาะโรงโขนกับเกาะจวง มีความลึกประมาณ 25 เมตร สภาพของเรือสุทธาทิพย์ในปัจจุบันยังคงทรงรูปเรือสวยงาม สำหรับการดำน้ำที่เรือสุทธาทิพย์ นักดำน้ำสามารถสัมผัสกับความงามของตัวเรือและสัตว์ทะเลอันหลากหลายได้ อย่างเช่น ทากพู่ เต่า กระเบน และปลาสาก ที่มีอยู่ชุกชุม


และนั่นก็เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของความงามแห่งโลกใต้ทะเลไทย พี่เหมี่ยวว่าสิ่งหนึ่งที่ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ดำน้ำชมโลกใต้ทะเลจำเป็นต้องปฏิบัติต
ามกฎการดำน้ำอย่างเคร่งครัด ก็คือ ไม่ทำลายธรรมชาติ หัก เด็ด ปะการัง หรือสัมผัสกับสัตว์ใต้ทะเล ไม่ไล่ต้อนสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะด้วยมือหรืออุปกรณ์ ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเพียงเพื่อถ่ายภาพ ในขณะที่บนบกก็ไม่สนับสนุนของที่ระลึกที่ทำจากปะการังและสัตว์ทะเลอื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บความงามและธรรมชาติของท้องทะเลไว้ให้อยู่คู่เมืองไทยตราบนานเท่าน
าน

edit @ 11 Jul 2008 15:00:54 by wisnovars

ส่งงานสรุป

posted on 11 Jul 2008 09:31 by wisnovars
กลุ่มที่ 1 บทบาทและการใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติ ระบบสำนักงานอัตโนมัติกับการจัดการสารสนเทศ - ระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเป็นเครือข่ายในสำนักงานอัตโนมัติจะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศระหว่างสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงานต่างๆในเครือข่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำโครงการ และการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการสื่อสาร 1. การสื่อสารทั่วไปในสำนักงาน หมายถึง การสื่อข้อความระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยปกติเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารระหว่างมนุษย์ รวมถึงการสนทนาในรูปแบบต่างๆ การใช้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร 2. บทบาทของการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน
การเชื่อมโยงการทำงานของผู้บริหารและพนักงาน, การเชื่อมโยงสำนักงานกับหน่วยงานภายนอก, การประชาสัมพันธ์, การช่วยค้นหาข้อมูลข่าวสาร
                3.
การสื่อสารข้อมูล เป็นการนำเทคโนโลยีและวิธีการในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ โดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน คือ การสร้างข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ส่ง นำข้อมูลมาสร้างเป็นสัญญาณเพื่อใช้ส่ง ส่งสัญญาณดังกล่าวไปเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ทำการแปลงสัญญาณที่รับ และประมวลผลยังจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ 4. การนำอินเทอร์เน็ตไปใช้ในสำนักงาน การประชาสัมพันธ์, การสื่อสาร, การทำงานทางไกล บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการทั่วไป จำแนกบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการบริหารจัดการทั่วไป อาจทำได้หลายประเด็น
               
คุณภาพของการจัดการ การวางแผน, การจัดองค์การและการจัดการบุคลากร, การบริหารงบประมาณ, การบริหารงานโครงการ, การควบคุมการปฏิบัติงานในสำนักงาน, การทำรายงาน
               
คุณภาพของผู้บริหาร บทบาทของผู้บริหารอาจแบ่งได้เป็น 3 ด้าน

การประสานงาน, สารสนเทศ, การตัดสินใจ

กลุ่มที่ 2 เรื่องประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติ
               ประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคลและระดับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น 4 ระดับ
-
ผู้ใช้โดยตรง เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือช่วยสร้างโปรแกรม
-
ผู้ใช้โดยอ้อม ใช้สารสนเทศที่สร้างจากสารสนเทศ แต่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์หรือทำงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง
-
ผู้ใช้โดยไม่เขียนโปรแกรมมีปฏิสัมพันธ์กับระบบด้วยการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์และผลลัพธ์จากระบบ
-
นักคอมพิวเตอร์อาชีพ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ออกแบบระบบและเขียนโปรแกรม

กลุ่มที่ 3 เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูลสำนักงาน
                ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันมาจัดเก็บในที่เดียวกันซึ่งแต่เดิมถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแฟ้มข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูลฐานข้อมูลมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบแฟ้มข้อมูลได้แก่ความซับซ้อนของข้อมูล ความขัดแย้งของข้อมูล ความยากในการแก้ไขและบำรุงรักษา การผูกติดกับข้อมูล การกระจายของข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลลดลงในงานฐานข้อมูล
การจัดการข้อมูลในสำนักงาน
               
เหตุผลสำคัญ คือ ข้อมูลในสำนักงานมีจำนวนมาก เพื่อใช้ง่ายต่อการใช้งานผู้ใช้นำข้อมูลไปใช้ได้ถูกต้องแม่นยำ ช่วยรักษาความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
วิธีที่นิยม อิเล็กทรอนิกส์มี 2 วิธีคือ
แบบแฟ้มข้อมูล และแบบฐานข้อมูล

บทที่4  ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน
ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน แนวคิดด้านความปลอดภัยของข้อมูล
1.
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลในสำนักงาน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบคือ
1.1
คน ในที่นี้มี 2 กลุ่ม คือ
1.1.1
พนักงานของหน่วยงานที่ไม่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.1.2
พนักงานของหน่วยงานที่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.2
ฮาร์ดแวร์
1.3
ซอฟต์แวร์
1.4
ไวรัสคอมพิวเตอร์
1.5
ภัยธรรมชาติ   2. รูปแบบของการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูล ได้แก่
2.1
ดาต้าดิดดลิ่ง (data diddling) เป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว
2.2
ม้าโทรจัน (trojan horse) เป็นการทำอาชญากรรมโดยผู้ที่ได้รับความเสียหายไม่รู้ตัว เช่น การดักขโมยรหัสเพื่อผ่านเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ นำไปใช้ประโยน์ในภายหลัง
2.3
การโจมตีแบบซาลามิ (salami attack) เป็นการนำเศษเงินที่เป็นทศนิยมมารวมเป็นก้อนโต
2.4
แทรปดอร์ (trapdoor) หรือ แบคดอร์ (backdoor) เป็นจุดที่เป็นความลับในโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเข้าสู่โปรแกรมหรือโมดูลได้โดยตรง จึงเป็นช่องโหว่ในการทุจริตได้
2.5
การสงครามแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic warefare) เป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์หยุดทำงานหรือการลบข้อมูลในหน่วยความจำ
2.6
ลอจิกบอมบ์ (logic bomb) เป็นการเขียนโปรแกรมโดยกำหนดเงื่อนไขเจาะจงไว้ล่วงหน้า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โปรแกรมดังกล่าวจะทำงานทันที
2.7
อีเมลบอมบ์ (e-mail bomb) เป็นการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาให้จำนวนมาก จนกระทั่งไม่มีเนื้อที่เหลือในการทำงานหรือรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกต่อไป 1. ความหมายของไวรัสคอมพิวเตอร์ ไวรัสคอมพิวเตอร์ (computer virus) หมายถึง โปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยมีความสามารถในการแพร่กระจายจากระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในการแพร่กระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์จะแทรกตัวไปกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลหรือซ่อนตัวอยู่ในหน่วยความจำทั้งในหน่วยความจำหลักหรือหน่วยความจำสำรองก็ได้
2.
วิธีการแพร่ระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
2.1
ทางดิสเกตต์ (deskette) เมื่อนำแผ่นดิสเกตต์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ซ่อนตัวอยู่มาใช้งาน ไวรัสนั้นก็จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น
2.2
ทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) เป็นการแพร่ระบาดโดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น ไปรษณีย์อิเล็กนิกส์ กระดานข่าว เป็นต้น
3.
ความเสียหายที่เกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างความเสียหายที่จากไวรัสคอมพิวเตอร์ เช่น
-
การปรากฏข้อความในลักษณะต่างๆ ซึ่งสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใช้งาน
-
การลบหรือทำลายโปรแกรมหรือข้อมูล
-
การทำให้โปรแกรมหรือข้อมูลนั้นใช้งานไม่ได้
-
การทำให้โปรแกรมทำงานผิดๆ ถูกๆ
-
การขยายหรือแพร่กระจายตัวเองในคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งไม่มีเนื้อที่เหลือที่จะใช้งานใดๆ ต่อไป
-
การควบคุมการทำงานบางคำสั่งของโปรแกรมระบบทำงานผิดไปจากเดิม 4. ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์
4.1
บู้ตเซกเตอร์ไวรัส (boot sector virus) คือ โปรแกรมไวรัสที่แทรกตัวในตำแหน่งหน่วยความจำที่เรียกว่า บู้ตเซกเตอร์ไวรัส ตัวอย่างบู้ตเซกเตอร์ไวรัส ได้แก่ AntiCMOS, AntiEXE, Ripper, NYB (New York Boot) เป็นต้น
4.2
เมโมรี เรสซิเดนต์ ไวรัส (memory resident virus) คือ โปรแกรมไวรัสที่แทรกตัวในตำแหน่งเมโมรี
4.3
แมคโคร ไวรัส (macro virus) แพร่ระบาดโดยเมื่อคำสั่งแมคโครใดที่มีโปรแกรมไวรัสแทรกตัวอยู่ถูกเรียกมาทำงาน โปรแกรมไวรัสนั้นจะถูกเรียกมาด้วย ตัวอย่างแมคโคร ไวรัส ได้แก่ Concept, Laroux เป็นต้น
4.4
ไฟล์ไวรัส (file virus) เป็นโปรแกรมไวรัสที่แทรกตัวเข้าไปในเอกซ์ซิคิวเทเบิลไฟล์ (executable file) เมื่อโปรแกรมเหล่านี้ถูกเรียกมาทำงานในคอมพิวเตอร์ก็จะแพร่ไปยังโปรแกรมอื่นๆ
4.5
มัลติพาร์ไทต์ไวรัส (multipartite virus) เป็นไวรัสที่ผสมคุณสมบัติของบู้ตเซกเตอร์ไวรัส ไฟล์ไวรัส เข้าด้วยกัน
4.6
โปรแกรมกลุ่มอื่นที่เป็นภัยคุกคามเช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส เช่น ลอจิกบอมบ์ ม้าโทรจัน แรบบิต (rabbit) วอร์ม (worm) และอื่นๆ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล 1. การกำหนดการใช้ข้อมูล การกำหนดการใช้ข้อมูล (identification) เป็นการกำหนดสิทธิ์และการได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูล ได้แก่
1.1
การใช้บัตร (card) กุญแจ (key) หรือบัตรผ่านทาง (badge) เพื่อผ่านทางเข้าไปใช้ระบบหรือข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์
1.2
การใช้รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ เป็นการกำหนดรหัสเพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง
1.3
การใช้ลายเซ็นดิจิทัล (digital key) เป็นการรับรองเอกสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับในระบบลายเซ็นดิจิทัล
1.4
การตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ก่อนเข้าสู่ระบบ เช่น การอ่านลายนิ้วมือ การอ่านรูปทรงมือ การตรวจม่านตาหรือเรตินา (retina)
2.
การเข้ารหัส การเข้ารหัส (encryption) เป็นกระบวนการเข้ารหัส (encode) ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการแปลงเนื้อหาที่ปรากฏให้ไม่สามารถเข้าใจได้สำหรับผู้ลักลอบข้อมูลไป ทำให้ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ข้อมูลที่เข้ารหัสจะต้องผ่านกระบวนการถอดรหัส (decryption) เพื่อถอดรหัส (decode) ให้เหมือนข้อความต้นฉบับ
 

ส่งงานครั้งที่ 1

posted on 28 Jun 2008 23:29 by wisnovars

1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน

ตอบ สำนักงาน คือ สถานที่แห่งหนึ่งซึงอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง

2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใด
ตอบ  การจัดการสำนักงานให้ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ  ดังนี้
-การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย - การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม - การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร - การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน - การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน - การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน - การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร - การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงานการวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
-การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้
- งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร
- งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค
- งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ
-การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ
-การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
-การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน
-การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุ

3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไร
ตอบ  การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน

4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
ตอบ  สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออก ดังนี้
1 ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต
2 การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน
3 สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย

5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง

ตอบ  เทคโนโลยีสารสนเทศ
ความหมาย คือ เครื่องมือ เครื่องใช้ กระบวนการ หรือระบบงานต่างๆ ที่ก่อให้เกิดสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้งานเป็นการรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจ
การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีการวางแผนของการจัดการระบบข้อมูล
- มีการออกแบบและพัฒนาระบบข้อมูล
- ได้รับความร่วมมือจากบุคคลากรฝ่ายงานต่างๆ
เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ
ลักษณะของการใช้เทคโนโลยีในสำนักงานอัตโนมัติ แบ่งได้เป็น 5 ลักษณะงาน คือ
- งานด้านการจัดการเอกสาร
- งานด้านการจัดการข่าวสาร
- งานด้านการประชุม
- งานด้านการสนับสนุนสำนักงาน
- งานด้านการสนับสนุนผู้บริหาร

6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร

ตอบ   เศรษฐกิจ การปฏิบัติงานในสำนักงานทุกวันนี้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนบุคลากร หรือเอกสาร ดังนั้น การปรับเปลี่ยนการทำงานให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยลงจึงเป็นเรื่องจำเป็น
สารสนเทศ แต่เดิมเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้กันอยู่ในสำนักงานทั่วไปนั้นไม่พอเพียงที่จะจัดการกับปริมาณข้อมูลที่มีมากมายมหาศาล สำนักงานจึงต้องมองหาเทคโนโลยีใหม่ที่จะมารับมือกับปริมาณข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ

7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
ตอบ
 4 ด้าน
1. ด้านการสื่อสาร
2. ด้านการจัดการเอกสารต่าง ๆ ในสำนักงาน
3. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ด้านการรับส่งข้อมูลภายในสำนักงาน

8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง

ตอบ  ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย

9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง

ตอบ 1. ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิผล ควรมีลักษณะดังนี้- ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องล้วนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายแลน- มีการวางแผนระบบแฟ้มข้อมูลอัตโนมัติเพื่อผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว- ซอฟต์แวร์ต่างๆใช้ง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร- อุปกรณ์ต่างๆเป็นมาตรฐานและทำงานร่วมกันได้-ระบบงานประยุกต์ต่างๆ ได้รับการติดตั้งหรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ 2 .บุคลากรที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้2.1 ผู้บริหารระดับสูง2.2 ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ 2.3 นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ          3 ประเด็นสำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.1 การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ3.2 การวางแผนการพัฒนา 3.3 การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยนสิ่งสำคัญในการวางแผน ข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องทราบก่อนการวางแผนคือ  ข้อมูลหน่วยงานข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน ข้อมูลลักษณะของหน่วยงาน ข้อมูลผู้ใช้ระบบการสื่อสารลักษณะของระบบสารสนเทศที่ใช้ การสนับสนุนเมื่อทราบข้อมูลที่จำเป็นแล้วผู้วางแผนอาจจะจัดทำแผนการพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคต่างๆหรือใช้มาตรฐานการวางแผนงานที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เช่นอาจใช้วิธีการเขียนแผนงานเป็นผังงานแกนต์หรือแกนต์ชาร์ต ซึ่งในแผนภาพดังกล่าวจะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้ กำหนดทีมงาน จัดประชุมชี้แจง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบงาน เลือกอุปกรณ์และระบบงาน พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน จัดทำคู่มือ ฝึกอบรม ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม เปลี่ยนระบบ ประเมินผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข

10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ  บางเรื่องอาจไม่เข้าใจและทำไม่ได้ ต้องศึกษาด้วยตนเอง และต้องหาความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเองเสมอ

11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ  

ตอบ   ระบบปฏิบัติการสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึงสำนักงานซึ่งได้รับการพิจารณาคัดสรรงานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมมาจัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเดิม ซึ่งมักจะเป็นการปฏิบัติด้วยมือมาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ แบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังครอบคลุมรวมถึงการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นให้สามารถบริหารการสืบค้นเอกสาร ภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งจัดเก็บต่างๆ ในสำนักงาน - แผนกต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ ผู้ร้องขอซึ่งมีสิทธิ์ นำไปประมวลผลให้ได้ข่าวสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน หรือบริหารงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

edit @ 28 Jun 2008 23:31:37 by wisnovars

edit @ 29 Jun 2008 00:02:48 by wisnovars

edit @ 29 Jun 2008 00:04:56 by wisnovars